เบื้องหลังงานสร้าง CG ระดับมืออาชีพจากภาพยนตร์ไทย

November 14, 2016
tong

เรียกกันว่าแม้แต่ภาพยนตร์ไทยเองก็ถือว่าเป็นหนึ่งในศาสตร์ของการแสดงที่น่าจับตามองทั้งในย่านอาเซียน ทวีปเอเชีย หรือในเวทีระดับโลกเช่นกันในหลายๆเรื่อง หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพยนตร์ประเภทที่เป็นคนแสดงเพรียวๆอยู่ แต่ถ้าหากว่าคุณลองเปิดใจมารับชมภาพยนตร์ที่เกิดจากการผสมผสานเทคนิคการทำ  Computer Graphic ที่โดดเด่นเต็มประสิทธิภาพด้วยนั้นมันจะทำให้คุณรู้สึกทึ่งไปกับเทคนิคที่ภาพยนตร์พวกนี้สร้างกันขึ้นมาและเป็นที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว

the-garuda

งานสร้าง CG ปักษาวายุ The Garuda : แม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่เน้นการสร้างสรรค์งาน Computer Graphic ออกมาให้ดูมีน้ำมีเนื้อ แลดูสมจริงมากขึ้น จับต้องได้ค่อนข้างแน่นอน มีผสมผสานหุ่นกลบ้าง เพราะได้รับอิทธิพลของการสร้างมาจากโคตรแห่งหนังสัตว์ประหลาดจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง ก็อดซิลล่ามาก่อน และยังเป็นหนังที่เป็นแรงบันดาลใจของผู้กำกับเรื่องนี้ แต่ขอให้คุณมองข้ามเรื่องของเนื้อเรื่องบทภาพยนตร์ไปได้เลย เพราะหลายคนนั้นอาจจะรู้สึกยี้พอพูดถึงเรื่องของคุณภาพด้านเนื้อเรื่องแบะบทอย่างมากเลยทีเดียวในปี 2004

แต่ถ้าหากคุณจะโฟกัสเฉพาะการทำงานด้านเทคนิคพิเศษต่างๆ หรือจะเป็นงานการสร้าง Computer Graphic ที่ออกมาได้สมจริงในหลายช็อต จะมีที่ไม่สมจริงเพราะมันต้องสร้างงานให้แมตช์เข้ากับเนื้อเรื่องไปด้วย จุดนี้เลยกลายเป็นจุดที่บีบงานชนิดสุดๆ เริ่มจากการสร้างตัวโมเดล 3D ขึ้นมาหลากหลายชิ้นเพื่อตัดต่อเข้ากับฉากจริงที่ถ่ายทำไว้แล้ว อาทิเช่น ฉากที่โฟกัสหน้า หรือโคลสอัพหน้าของ ตัว Computer Graphic ที่เป็นตัวปักษาวายุ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตยักษ์ในลักษณะคล้ายกึ่งนกกึ่งมนุษย์ และได้รับอิทธิพลมาจากสัตว์ในตำนานคือ พญาครุฑตามความเชื่อของคนไทย แต่พลิกบทให้มันเป็นสัตว์โบราณที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกในอดีตกาลนั่นเอง

ส่วนของโครงหน้าที่ต้องแสดงอิริยาบถ และการทำให้มันดูมีชีวิตจริงได้คือ การที่เหมือนมีเลือดลมที่สูบฉีด หมุนเวียนอยู่ภายใต้ผิวหนังของมัน ดวงตาที่กระพริบ ขยับได้ ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งหยุดกระพริบ ซึ่งจุดนี้ อนิเมเตอร์ที่ออกแบบงาน 3D Computer Graphic จึงต้องสึกษาพฤติกรรมบางอย่างของนกจริงมาประยุกต์ใช้ด้วยอีกทางหนึ่งนั่นเอง แววตา กล้ามเนื้อรอบดวงตา อารมณ์โกรธ อารมณ์สงสัย คนทำ อนิเมเตอร์ จึงต้องเน้นในด้านนี้เป็นพิเศษเลยทีเดียวก่อนที่จะทำให้ตัว 3D ปักษาวายุเฉพาะแค่ส่วนหัวออกมาดูดีที่สุด

ลักษณะลำตัวของตัวปักษาวายุเองก็เช่นกัน เพราะมันเป็นสิ่งมีชีวิต จึงต้องมีกล้ามเนื้อ มีร่องรอยของแผลเวลาถูกทำร้าย จากอาวุธปืน เลยต้องเน้นในเรื่องการทำให้ ผิวของมันสมจริง การออกแบบ Texture หรือลวดลายพื้นผิวของตัว Computer Graphic เลยต้องออกแบบเพิ่มเติมเอาไว้ด้วยตามบท แต่น่าเสียดายที่ว่า แม้โมเดล Computer Graphic ของตัวปักษาวายุนี้จะทำออกมาดีแค่ไหน แต่มันกลับมาตกม้าตายตรงบทจริงๆ เพราะบางฉากนั้น ตัวปักษาวายุ มีขนาดใหญ่ยักษ์ สูงร่วมๆสามสิบเมตร แต่บางฉาก มันเดินอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินได้และไม่พอ มันยังมีสัดส่วนสูงกว่ามนุษย์แค่ไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้นเองด้วย จึงน่าจะเกิดจากการวางบทที่อ่อนเกินไป และทำให้คนที่รับชมนั้นรู้สึกว่า การทำงานของคนเขียนบทอาจจะไม่สอดคล้องกับดีไซน์แบบ Computer Graphic ที่เตรียมงานกันไว้นั่นเอง

ส่วนต่อมาก็คือการคอนโทรลฉากที่เป็นการเผยให้เห็นปีกสองข้างขนาดมหึมาที่โผล่พ้นสี่แยกมาบุญครองตามฉาก ตามข้อมูลที่บอกมานั้นระบุว่า ต้องมีการสร้าง 3D Computer Graphic ส่วนที่เป็นปีกนี้โดยเฉพาะออกมาเลยทั้งสองข้าง แยกจากตัว 3D Model ของตัวปักษาเลยนั่นเอง เพราะต้องการที่จะคอนโทรลการสวิงของปีกให้ดูสมจริงเหมือนสิ่งมีชีวิตมากที่สุด ทำให้การสร้างโมเดลเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ จึงต้องออกแบบโปรแกรมที่จะใช้ในการคอนโทรลการอนิเมตส่วนของปีกทั้งสองข้างให้ดูสมจริงมากกว่าเดิมเพื่อนำไปตัดต่อลงในฉากภาพยนตร์นั้นให้ลงตัวอีกด้วยนั่นเอง

สิ่งที่ปักษาวายุมีนั้นไม่จบเพียงเท่านี้ แต่ยังมีฉากอื่นๆอีกเช่น การสร้างเฮลิคอปเตอร์ที่เป็น Computer Graphic ขึ้นมาสองเครื่อง เนื่องจากว่าตามหลักแล้วนั้น เฮลิคอปเตอร์ชนิด Apache นั้นเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ว่าถ้าหากไม่มีภารกิจไล่ล่าคนร้ายหรือภาวะสงคราม ทางกองทัพจะไม่มีทางอนุญาตให้นำมาใช้งานแน่นอน ดังนั้นทางทีมงานเลยต้องสร้างฉากที่ เฮลิคอปเตอร์ Apache สองเครื่อง บินเหนืออาคารตึกมาบุญครอง ออกมาให้สมจริงและรองรับฉากที่มันเสียการควบคุมตอนบินเพราะตัวปักษา ทะยานตัวขึ้นมาอีกด้วยนั่นเอง ซึ่งไม่เพียงแค่เฉพาะการออกแบบเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น แต่ยังมีฉากที่ตัวละครมนุษย์ ลั่นไกยิงจรวดมิสไซล์ไส่ปักษาวายุอีกด้วย คงไม่มีใครกล้าพอที่จะยิงมิสไซล์เพื่อถ่ายทำหนังกลางกรุงเทพมหานครแน่นอน มิสไซล์ลูกย่อมๆ กับไดนามิคของไอพ่นที่ออกมาจากส่วนเผาเชื้อเพลงด้านหลังมิสไซล์ เลยต้องออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะด้วยคอมพิวเตอร์เน้นๆเลยนั่นเอง และถ้าหากมีการยิงอาวุธหนักแบบนี้แล้ว ฉากที่เป็นระเบิดก็เช่นกัน ฉากที่อาคารระเบิดเพราะโดนมิสไซล์พุ่งเข้าโจมตีนั้น ระเบิดยังเป็นไดนามิคแบบเปลวเพลิงที่ต้องทำการออกแบบทั้งแรงระเบิดภายในตึก เปลวไฟที่พุ่งออกนอกตึก ชิ้นส่วนกระจก โครงอาคาร เหล็ก และอีกหลายอย่างที่ระเบิดตามแรงปะทุจากภายใน ทีมงานต้องศึกษาก่อนที่จะทำการออกแบบงานด้านนี้ด้วย Computer Graphic กันก่อนอีกเช่นกัน

นอกเหนือจาก Computer Graphic ที่เป็นตัวของ ปักษาวายุที่เป็นครุฑแล้วนั้น ยังมีสัตว์โบราณที่หยิบเอาอีกหนึ่งตำนานในพระพุทธศาสนา เข้ามามีตัวตนและมีบทบาทเล็กน้อยให้คนชมด้วยอีกชนิดหนึ่งนั่นก็คือ พญานาค ที่ออกแบบมาได้เหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ มีเลือดเนื้อ กล้ามเนื้อภายใต้เกล็ดและผิวหนังนั้น เข้าขั้นสมจริง จึงต้องยอมรับเลยว่าทางทีมงานนั้นสร้างตัวงาน Computer Graphic ชุดนี้ ออกมาได้ชนิดที่ว่าต้องยกนิ้วให้เลย

ฉากอีกมากมายที่ทางทีมงานเซ็ตขึ้นมาด้วย Computer Graphic และนำไปตัดต่อกับฉากทั่นกแสดง ถ่ายทำลงบนฉากหลัง Blue Screen ก็คือฉากที่ตัวละครสู้กับปักษาวายุแบบหนึ่งต่อหนึ่ง มีการถ่ายทำฉากทั้งแบบในห้องจริงที่เป็นต้นแบบของการสร้างงาน 3D และบน Blue Screen ทีมงานต้องออกแบบห้องนั้นขึ้นมาอีกทีด้วยงาน 3D พร้อมทั้งตัวปักษาวายี่จะแมตช์เข้ากับฉากที่ตัวละครที่เป็นคนอยู่ตรงนั้น ยิ่งฉากที่ตัวละคนฟันมีดแล้วตัวปักษาจับมีดไว้ได้พอดีนั้น เป็นฉากที่ตัวละครคน ไมได้ถือมีดอยู่จริง แต่เป็นมีด 3D ที่ทีมงานสร้างและอนิเมตการเคลื่อนไหวของมีดให้เหมือนคนกำลังถืออยู่จริง เพราะมีช็อตที่ตัวปักษาวายุ บิดมีดจนปลิวขึ้นสู่อากาศนั่นเอง เลยกลายเป็นฉากที่คนได้ชมนั้นค่อนข้างที่จะชื่นชมทีมงานที่ทำการออกแบบค่อนข้างเยอะอย่างมากเลยนั่นเอง

ไม่เพียงแค่เฉพาะงานด้าน Computer Graphic เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เราก็ต้องชื่นชมไปถึงเรื่องของการออกแบบหุ่นกลอีกด้วยเหมือนกัน เพราะลำพังการพึ่งพาการทำ Computer Graphic ด้วยนั้นอาจจะทำให้งานนั้นออกมาได้ไม่สมจริงมากเท่าไหร่นัก จึงต้อมีหุ่นกลบังคับวิทยุที่เหมาะสมขึ้นมาเพื่อทำให้เหมือนตัวปักษาวายุ มีบางมุมที่เหมือนจะจับต้องได้จริงเพิ่มเติมขึ้นมา

และโดยรวมแล้วนั้น นี่ก็คืออีกหนึ่งความยากในการสร้างสรรค์และออกแบบงาน Computer Graphic ที่โดดเด่นของภาพยนตร์สัตว์ประหลาดดิจิตอลเรื่องแรกของเมืองไทยที่แม้ว่าจะขัดในเรื่องของเนื้อเรื่องและบทภาพยนตร์อยู่อย่างมากพอสมควร แต่สิ่งที่เราไม่ควรพลาดเลยจริงๆนั่นก็คือ ความสมจริงชนิดที่เราไม่อาจจะมองข้ามได้ของงาน 3D Animation ที่สร้างสรรค์ลงบนตัวภาพยนตร์ต่างหาก ก็เห็นได้เลยว่างานนี้คนไทยเองก็ฝีมือไม่เบาเช่นกัน ขอแค่คุณสร้างบทภาพยนตร์ดีๆขึ้นมาสักเรื่อง แล้วใช้ความรู้ด้าน Computer Graphic ควบคุมก็เวิร์คแล้ว

No comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.