ความแตกต่างระหว่างภาพยนต์ Animation 2D และ 3D

September 15, 2016
tong

ในบทความนี้ผมจะอธิบายในอย่างง่ายที่สุดถึงสิ่งที่เป็นข้อแยกประเภทของการสร้างงานภาพยนต์ Animation 3D ที่คุณดูในภาพยนตร์และสิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจาก Animation 2D แบบเดิมว่ามันเป็นแบบไหน มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

อะไรคือสิ่งที่ Animation 3D เพิ่มเติมเข้ามา ? ปกติแล้วนั้นในพื้นฐานของการวาดรูป ไม่ว่าจะเป็นการวาดลงบนกระดาษ หรือจะวาดรูปเพื่อทำออกมาเป็นภาพ Animation แบบ 2D  นั่นเป็นการออกแบบหรือสร้างงานแบบมุมมอง 2D ที่เรียบง่ายอย่างมาก คุณจะวาดอะไรออกมาก็ตาม มันก็ทำให้คุณเห็นมุมมองด้านหน้าของตัวละครหรือวัตถุที่วาดลงบนกระดาษเพียงแค่ในหน้าของตัวละครเท่านั้น ถ้าคุณวาดแบบให้ตัวละครหันหน้ามาในลักษณะแบบภาพ Front View ถ้าอยากจะเห็นอีกมุมหนึ่งก็ต้องวาดแบบ Side View เพิ่มเติมขึ้นมาอีกแผ่นหนึ่ง ซึ่งการที่จะทำให้ภาพนั้นเคลื่อนไหวในแบบของ 2D Animation ของคุณ ก็ต้องสร้างภาพออกมาอย่างละเอียดหลายมุมมองและรันภาพพร้อมๆกันนั่นเอง

แต่สมมติว่าถ้าคุณรู้สึกว่าคุณต้องการที่จะเห็น คาแรคเตอร์ของคุณจากด้านข้าง คุณจะทำได้ด้วยกระบวนการวาดหรือสร้างงานแบบ 2D Animation เพียงอย่างเดียวแล้วค่อยทำเป็น หมุนกระดาษ หรือหมุนเฟรมเอง หรือพลิกมันได้หรือไม่ เราก็สามารถตอบได้ทันเลยว่า มันไม่สามารถได้ และทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? มันเป็นเพียงเพราะ ภาพร่างที่คุณได้วาดไว้นั้นเป็นเพียงภาพแบบ 2D  หาใช่แบบ 3D ไม่ !! มุมมองเพียงเท่านั้นเลยไม่สามารถทำให้เราทำงานแบบละเอียดได้นั่นเอง

ในโลกของเรานั้น วัตถุทุกอย่างบนโลกแห่งความจริงที่คุณเห็นรอบตัวมีมิติที่ 3 ในตัวมันเองแทบทั้งสิ้น และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมคุณสามารถใช้มันและหมุนไปมาเพื่อดูผิวของมันจากมุมที่แตกต่างกันได้ ภาพร่างที่คุณได้วาดไว้นั้นมีเพียงแค่ความยาวและความกว้างเท่านั้น แต่มันขาดความหนา (เพื่อให้เกิดความเป็น 3D ) และด้วยเหตุนี้ภาพร่างของคุณถึงยังไม่ได้ถือว่ามีมิติพิเศษที่เรียกว่า 3D  ได้นั่นเอง



วิธีการสร้างภาพยนต์ Animation 2D :

การสร้างภาพยนต์ Animation ด้วย digicel-flipbook

ยุคของเราเป็นยุคที่คอมพิวเตอร์จะพัฒนาให้สามารถทำงานได้แบบอัตโนมัติ บทบาทที่ขาดไม่ได้ของซอฟต์แวร์ปฏิบัติการก็คือ การเคลื่อนไหวทุกอย่างที่ทำด้วยตนเองโดยอาศัย Animation เป็นหลักในการทำงาน โปรแกรมเมอร์นั้นจะสร้างชุดของภาพนิ่งที่มีภาพในนั้น ตัดต่อเข้าด้วยกันหลายเฟรม ซึ่งแต่ละภาพจะออกแนวเป็น “สไลด์” ที่มีความต่อเนื่องต่อกัน และจึงถูกพัฒนาออกมาเป็น Animation ที่ใช้กระบวนการในการวาดออกมาทีละเฟรม เพื่อให้ภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงภาพเคลื่อนไหวอย่างง่ายแบบสไลด์ไปแล้วนั่นเอง

กระบวนการทั้งหมดในการทำ Animation แบบ 2D เป็นสิ่งที่น่าเบื่อและใช้เวลานานมากในการผลิต เมื่อคอมพิวเตอร์นั้นสามารถที่จะใช้งานโปรแกรมสำหรับทำ Animation  ได้อย่างง่ายดายมากขึ้นแล้วนั้น การทำ Animation จากเดิมที่ต้องวาดลงบนแผ่นกระดาษ ก็เปลี่ยนมาเป็นการสร้างงานในคอมพิวเตอร์อย่างเต็มตัวมากขึ้น

อะไรคือสิ่งที่ขาดหายไปในการสร้างภาพภาพยนต์ Animation 2D ?

ภาพเคลื่อนไหว 2D มักจะขาดในเรื่องของระยะลึกซึ่งเป็นสาระสำคัญตั้งแต่ฉากทั้งหมดที่ไม่ได้อิงจากโลกแห่งความจริง แตกต่างจากวัตถุ 3D ที่เหมือนจะจับต้องได้ และเมื่อทีมผลิต Animation ได้ออกแบบงานมาเป็น 2D ก็เหมือนกับว่า ทีมสร้างอาจจะต้องมองข้ามความเป็นจริงและลดทอนบางอย่างออกจากงานออกแบบ  เพื่อเพิ่มเติมความสมจริงมากขึ้น และทำให้เหมือนสิ่งที่กำลังรับชมนั้นเหมือนจับต้องได้ งาน 3D  Animation ก็เริ่มที่จะมีบทบาทมากขึ้น การจำลองโมเดล 3D ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เลยพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเลยทีเดียว โดยใช้การไล่ระดับสีและแสง แต่มันจำเป็นต้องมีความพิเศษมากจากการที่คนออกแบบงานจะต้องอิงต้นแบบออกมาจากวัตถุจริงบ้างแล้วนำมามาปรับแต่งหรือใส่พื้นผิวจากผิวหรือ Texture ของจริงที่ถ่ายเก็บเป็นไฟล์รูปแล้วอิมพอร์ตเข้ามา เช่น หากทีมงานสร้าง CG อยากทำภาพยนตร์เกี่ยวกับ งูยักษ์ พวกเขาจะทำการสร้าง โมเดล 3D  ของงูยักษ์ออกมา แต่ยังไม่ได้ใส่ผิว พวกเขาก็อาจจะไปถ่ายภาพผิวของงูชนิดใดชนิดหนึ่งใกล้ๆ แล้วนำมาปรับแต่งแสงนิดหน่อยแล้วอิมพอร์ตมาวางบนโมเดล ก็สามารถทำให้ตัวโมเดลงูยักษ์นั้นเหมือนจริงมากขึ้น

วิธีการออกแบบงานกราฟิก 3D  :

3dsmax

ขั้นตอนในการสร้างภาพเคลื่อนไหว 3D  มีขั้นตอนมากขึ้นกว่าถ้าเทียบกับ 2D Animation  ส่วนแรกของภาพเคลื่อนไหว 3D เริ่มต้นด้วยการร่างโมเดล 3D  ก่อน  ในขั้นตอนต่อไปของเราคือ การออกแบบตัวละครที่เป็นตัวหลักสำหรับการทำให้มันเคลื่อนไหว

ในขั้นตอนต่อไป จะต้องเพิ่มกระดูกเข้าไปในโมเดล ให้จอยต์ของกระดูกแต่ละส่วนนั้นเชื่อมกันเราเรียกว่าการ Rig ยิ่งเรา Rig ได้สมบูรณ์แบบ การเคลื่อนไหวก็จะต่อเนื่องอนิเมทได้ง่ายและสมูทมากขึ้น ในความเป็นจริงรูปแบบการทำแบบนี้ เหมือนจะเล็กน้อย แต่เอาเข้าจริงแล้วนั้น มันมีองค์ประกอบที่มากกว่านี้อีกด้วยเหมือนกัน

การออกแบบตัวละครที่ร่างไว้เพิ่มเติม

บรรดานักออกแบบนั้นบางทีก็อาจจะมีการออกแบบตัวละครออกมาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ลงบนกระดาษ ซึ่งการออกแบบนี้ เมื่อนำมาขึ้นโมเดลนั้นอาจจะค่อนข้างใช้เวลานิดหน่อยในการ “ปั้นโมเดล 3D” องค์ประกอบ รายละเอียด ยิ่งเยอะ ยิ่งใช้เวลา รวมถึงช่วงของการลงสีผิวและเพิ่มเติมความสมบูรณ์อีกด้วย นอกนั้นคือการทำให้มันเคลื่อนไหวด้วยระบบ Bone หรือใส่กระดูกและทำให้เคลื่อนไหวตามสตอรี่บอร์ดนั่นเอง

ข้อมูลเพิ่มเติมและตัวอย่างของการทำภาพยนต์ Animation 2D และ Animation 3D ดูได้จากหน้านี้




No comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *