สร้างเส้นแสงวิ่งด้วย CC Paticle World ใน After Effect
เราจะมาลองทำแสงวิ่งเป็นเส้นด้วย CC Paticle World ใน After Effect กันนะครับ ซึ่งในบทความนี้ผมใช้ After Effect CC 2015 ซึ่งเป็นตัวล่าสุดในวันที่เขียน หลักการก็คือ ปล่อย paticle ออกมาที่ตำแหน่งเดียวกับจุดกำเนิด แล้วเราก็ควบคุมจุดกำเนิด paticle ให้เคลื่อนที่หนีเมื่อ paticle มีอายุช่วงเลลาหนึ่ง มันก็จะไม่หายไปทันที่ ทำให้เกิดลักษณะของการลากเส้นขึ้น มาลองทำกันเลยดีกว่าครับ

ในโปรแรกม After Effect(AE) หลังจาก save file เรียบร้อยก็สร้าง Composition ขึ้นมา กำหนดขนาด.o Preset เป็น HDTV 1080 25 กำหนดตรงนี้ให้ตรงกัน เพราะจะมีสคริปควบคุม จุดปล่อย paticle พอตัวเลขไม่เท่ากับใน Tutorial แล้วอาจจะงงได้
กราสร้าง Composition สามารถไปที่เมนู Composition แล้วเลือก New Composition…(คีย์ลัด Ctrl+N) หรือจะคลิกขวาตรงที่ว่างใน Project แล้วเลือก New Composition… ก็ได้
จากนั้นคลิกขวาที่วางใน Timeline เลือก New > Solid… หรือถ้าเข้าทางเมนุบาร์ก็อยู่ใน Layer > New > Solid… ใน Solid Setting ใช้ค่าเริ่มต้นที่ให้มาเลย ขนาดของ Solid จะถูกกำหนดให้เท่ากับ ขนาดของ Composition อยู่แล้ว ส่วนสีก็ไม่มีผลอะไร
ต่อไปเราจะสร้าง Paticle ตัวเอกของงานกัน คลิกขวา Timeline ของ Solid ที่เพิ่งขึ้นมา เลือก Effect > Simulation > CC Paticle World หรือเลือกจากเมนูบาร์ก็ชื่อกลุ่มคำสั่งเดียวกัน
ตอนนี้หากลองเลื่อน Timeline ดู จะเห็น Paticle พุ่งกระจายออกมาแล้วล่วงลงด้านล่าง ซึ่งไม่ใช่ในสิ่งที่เราต้องการ เราจะต้องทำให้ Paticle ออกอยู่กำที่ จุดเกิด Paticle และจุดจบของ Paticle เป็นตำแหน่งเดียวกัน
ขอปิดส่วนของไกด์ต่างๆของ Paticle ออกก่อนนะครับ จะได้ไม่รกและเห็นแต่เฉพาะ Paticle เท่านั้น เลือก Layer Solid1 (ถ้า Effect Controls ไม่โชว์ขึ้นมากด F3) ที่กลุ่มคำสั่ง Grid&Guides ใน CC Particle World ให้ติ๊กเช็คบ็อกออกให้หมดเลย Position , Radius , Motion Path , Grid , Horizon และ Axis Box ตามรูป
ในกลุ่ม Producer จะเป็นการปรับตำแหน่ง(Position)และขนาด(Radius)ของจุดปล่อยของ Paticle ซึ่งค่าปกติตอนสร้างขึ้นมาตำแหน่งของ Paticle จะอยู่กลางจออยู่แล้ว ถ้าไม่ ก็ปรับ Position X , Y และ Z ให้เป็น 0 และปรับ Radius X , Y , Z ให้เป็น 0 เช่นกัน เพื่อให้ Paticle ที่ออกมา ออกมาที่ตำแหน่งเดียว
จริงๆตอนนี้ถ้าเราใส่ Key Frame ให้เกิด Animation ที่ Position X หรือ Y เราก็จะเห็น Paticle วิ่งเป็นเส้นแล้วละ แต่เดี๋ยวเราจะทำ Null Object มาควบคุมค่า Position กันจะได้ทำ Animation ได้ง่ายขึ้น
ไปที่เมนู Layer หรือ คลิกขวาในที่ว่างของ Timeline เลือก New > Null Object จะได้ Null Object ออกมาที่กลางจอ
เลือก Layer Null1 แล้วกดปุ่ม P เพื่อให้แสดงเฉพาะ Poperties ของ Position เราจะใช้งานเฉพาะ Position เท่านั้น
จากนั้นเลือก Layer Solid1 กด E เพื่อแสดงเฉพาะส่วนของ Effect แล้วขยายส่วนของ CC Paticle World > Producer ใน Timeline ออก ขอแนะนำทางลัดในการขยายส่วน Timeline อีกนิด หาก Effect Controls เปิดอยู่ เราดับเบิลคลิกพื้นที่ว่างในกรอบสีเขียว ส่วนของ Producer ใน Timeline ก็จะขยายออกให้เหมือนกัน
ต่อไปเราจะใส่ Expression เพื่อเชื่อมค่า Position X ของจุดกำเนิด Paticle เข้ากับ Position X ของ Null Object ให้คลิกที่ Icon Toggle ability ของ property Position X ใน Producer แถบ Expression: Position X จะแสดงขึ้นมา
คลิกและลาก Icon รูปก้นหอยไปปล่อยที่ Position X ของ Null Object เราจะได้ Expression thisComp.layer(“Null 1”).transform.position[0] ซึงจะทำให้ ค่าของ Position X ของ CC Paticle World มีค่าเดียวกับ Position X ของ Null 1 คือ 960 ตัวเลขตรงนี้ก็ยังไม่ใช่ที่ต้องการ เพราะ ค่าเริ่มต้นของ Position X ของ CC Paticle World จะเริ่มที่ 0 ส่วน ค่าเริ่มต้นของ Position X ของ Null 1 จะเท่ากับครึ่งนึงของความกว้างของ Compotition
แก้ไข Script ให้เป็น
x=thisComp.layer(“Null 1”).transform.position[0]-thisComp.width/2;
x/thisComp.width
ซึ่งบรรทัดแรกจะหมายถึง ค่า Position X ของ Layer Null1 ใน Composition นี้ ลบด้วย ครึ่งนึงของความกว้างของ Composition และเอาค่าทั้งหมดไปเก็บใน ตัวแปร x
จะทำให้เมื่อเปลี่ยนค่า Position X ของ Null Object ค่าใน Position X ของ CC Paticle World ก็จะเปลี่ยนไปด้วยในค่าที่เท่ากัน แต่เนื่องจาก ค่าใน Position X ของ CC Paticle World นั้นถ้าเป็น 1 จะหมายถึงเคลื่อนที่ไปทางขวาเท่ากับขนาดของ Composition ซึ่งในที่นี้ก็คือ 1920px ทำให้ต้องมี Script ในบรรทัดที่สองเพิ่มขึ้นมาด้วย
บรรทัดที่สอง ค่่าในตัวแปร x หารด้วยความกว้างของ Composition
ต่อมาเรามาจัดการในส่วนของ Position Y ของ CC Paticle World ต่อ ทำการคัดลอก Script จาก Expression ของ Position X มาใส่ใน Expression ของ Position Y แล้วก็แก้ไขตามนี้
y=thisComp.layer(“Null 1”).transform.position[1]-thisComp.height/2;
y/thisComp.width
สังเกตตรง transform.position[1] ถ้า 0 คือ X , 1 คือ Y และ 2 หมายถึง แกน Z อีกจุดคือ thisComp.height เนื่อจากแกน Y เป็นแกนแนวตั้ง เราจึงเอาความสูงของ Composition มาลบแทน
ต่อไปเราจะมาทดสอบให้เห็นผลลัพท์ที่เราทำมากัน ใส่ Script ที่ Expression: Position ของ Layer Null1
wiggle(2,400)
freq value is the frequency in wiggles per second.
amp value is the amplitude in units of the property to which it is applied.
ค่าแรกของ wiggle คือ frequency ใน 1 วินาที
ค่าที่สองคือ amplitude หรือความกว้างที่จะให้เปลี่ยนแปลง
ลองลาก Timeline ดู จะเห็นเป็นเส้นวิ่งละ ซึงเส้นจะวิ่งไปแบบ random
ถ้าสังเกตุที่ Producer ใน CC Paticle World จะเห็นว่า นอกจาก Position X และ Y แล้ว จะมี Position Z ด้วย แสดงว่า paticle ทำงานในลักษณะของ 3d เดี๋ยวเราจะมาทำให้ Null Control สามารถควบคุมได้ทั้ง 3 แกนกัน
ทำการสร้างกล้องขึ้นมาใหม่ โดยคลิกขวาที่ว่างใน Timeline หรือไปที่เมนูบาร์ในหมวด Layer แล้วเลือก New > Carera…
จากนั้นไปเปิดโหมด 3d ให้กับ Layer Null1 ซึงจะเป็น Icon รูปกล่อง หากว่าส่วนนี้ไม่ได้แสดงอยู่ ก็ไปคลิกเปิดที่ Icon Layer Switch pane โดย Icon จะอยู่ที่มุมซ้ายด้านล่าง ซึ่งตอนนี้ Position ของ Layer Null1 จะมี 3 แกนละ
ตอนนี้เราก็จะเชื่อม ค่า Position Z ของ CC Particle World กับ Position Z ของ Null 1 กัน กลับมาที Layer Solid1 ตรง Expression:Position Z ให้ใส่ Script ตามนี้
z=thisComp.layer(“Null 1”).transform.position[2];
z/thisComp.width
ค่าเริ่มต้นของ Position Z ใน CC Particle World กับ Null 1 จะมีค่าเป็น 0 เหมือนกัน ทำให้เราไม่ต้องเอาอะไรมาลบอีกแค่อ้างอิงให้เท่ากันเท่านั้น
กดปุ่ม C สองครั้ง หรือ ไปที่ Tool แล้วเลือก Orbit Camera Tool ลองหมุนวิวดู จะเห็นว่า เส้นวิ่งสุ่มไปในทุกแกนแล้ว
ทำการปรับแต่ง Particle ให้ดูเป็นเส้นแสงมากขึ้น ลองปรับเล่นดูครับ ผมขอฮะิบายเฉพาะส่วนที่ผมปรับไว้ตามภาพนะครับ
Birth Rate จำนวนการเกิดของ Particle
Longrvity(sec) อายุของ Particle
Particle Type เปลี่ยนจาก Line ซึ่งเป็นเส้น มาเป็น Faded Sphere จะได้เม็ด Paticle เป็นทรงกลมขอบเบลอ
Birth Size ขนาดของ Particle ตอนที่เกิดขึ้นมา
Death Size ขนาดของ Particle ก่อนที่จะหายไป
Size Variation ค่า 0% คือขนาดเท่ากันหมด
Max Opacity ค่าระยะความจางของขอบทรงกลม 100% คือขอบคมเลย
สุดท้ายละ ใส่ Glow ให้ดูเรืองแสงซักหน่อย ด้วย Effect > Stylize > Glow ปรับค่า Glow Threshold 100% Glow Radius 50


















No comments