ถ้าอยากเป็น “นักสร้างอนิเมชั่น” (Animator) ต้องทำอย่างไร ?

“นักสร้างอนิเมชั่น” หรือ Animator คือเหล่าผู้คนผู้อยู่เบื้องหลังงานภาพ CG ที่เราสามารถพบเจอผ่านจอภาพในสื่อต่าง ๆ ในทุกวัน เช่น การ์ตูน อนิเมะ อนิเมชั่น จนไปถึงหนังทั่วไปที่ต้องมีการใช้เทคนิค CG เข้ามาประกอบ ผู้เป็น Animator เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น แต่จะทำในส่วนไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของ Animator คนนั้น ๆ
“Animator นั้นมีหลายสายไม่ต่างจากแพทย์ เราอาจจำเป็นต้องเข้าใจทุกกระบวนการ แต่เวลาที่เราทำงานในสตูดิโอหรือบริษัทอนิเมชั่น เราจะได้ทำในส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะ ของกระบวนการนั้น ๆ แทน ไม่ต้องทำทุกกระบวนการ”

Animator ต้องทำอะไรบ้าง ?
ขอยอมรับตรง ๆ ว่า ตัวผู้เขียนเองไม่สามารถที่จะระบุหน้าที่ของ Animator ได้ครอบคลุมทั้งหมดได้ เหตุผลเพราะผลงานอนิเมชั่นนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่ง Animator ในแต่ละสายอนิเมชั่นจะมีกระบวนการทำงานที่แตกต่างกัน หน้าที่ต่าง ๆ ยังสามารถแปรผันไปตามแต่ละเทคโนโลยีและเทคนิคที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ ในแต่ละวันอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เราสามารถแยกหน้าที่ของ Animator ตามกระบวนการทั่วไปได้ โดยแม้จะได้ชื่อว่าเป็น Animator แต่นักสร้างภาพเคลื่อนไหวเหล่านี้ ไม่ได้ทำแค่เรื่องการเคลื่อนไหวของภาพเท่านั้น เพราะหน้าที่ของ Animator จริง ๆ นั้นเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การสร้างส่วนที่จะทำการเคลื่อนไหวนู่นเลย

Animator สายต่าง ๆ
อนิเมชั่นในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ Traditional Animation อนิเมชั่นที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคดั้งเดิม และ Computer Animation อนิเมชั่นที่สร้างขึ้นด้วย CGI ดังนั้นเราจึงสามารถแบ่งเหล่า Animator ออกเป็นสายต่าง ๆ ได้ดังนี้
- Keyframe Animator : คือเหล่า Animator ใน Traditional Animation ที่จำเป็นต้องมีทักษะด้านการวาดและความเข้าใจในเรื่องการเคลื่อนไหวของตัวละครเป็นอย่างดี
- Stop Motion Animator : ผู้ออกแบบตัวละครและจัดการเคลื่อนไหวในผลงานรูปแบบ Stop Motion
- Character Animator : ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเคลื่อนไหวของตัวละครเป็นหลัก ตั้งแต่การแสดงท่าทาง การแสดงสีหน้าแววตา การแสดงอารมณ์ความรู้สึก รวมทั้งการสนทนาของตัวละคร ในส่วนของ Computer Animation
- Visual Effect Animator : ผู้สร้างภาพแนวเสมือนจริง ทั้งวัตถุ หรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ฝุ่น ฝน หิมะ ระเบิด หรือพายุ เป็นต้น โดยผสมผสานเข้ากับภาพถ่ายของคนจริง ๆ หรืออาจใช้ CGI สร้างคนขึ้นมาด้วยเทคนิค Motion Capture หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำงานผสมผสานทุกองค์ประกอบให้มีความลงตัว ทั้งกรณีงานที่สมจริงและเหนือจริงในจิตนาการ

แม้เดี้ยวนี้ในวงการ Animator จะมีชื่อเรียกคนที่ทำในแต่ละกระบวนการอนิเมชั่นแตกต่างกันออกไปบ้างแล้ว อาทิเช่น นักจัดแสง (Lighter) นักปั้นโมเดล (Modeler) หรือ คนใส่กระดูกให้ตัวละคร (Riger) อะไรเหล่านี้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนแล้วเริ่มต้นมาจากการเป็น Animator ทั้งสิ้น
อยากเป็น Animator ต้องทำอย่างไร ?
สำหรับในประเทศไทย Animator จะวัดกันด้วยผลงาน หากเรามีผลงานที่ดี เราก็สามารถที่จะเป็นนักทำอนิเมชั่นได้แล้ว แต่การจะเดินเข้ามาสู่สายงานนี้ได้นั้น สิ่งที่เราจำเป็นต้องมีคือ
- การเข้าใจในกระบวนการการทำอนิเมชั่น
- อุปกรณ์เครื่องมือ
- แนวคิดจินตนาการ
- และที่สำคัญที่สุดคือสกิลหรือความสามารถในการสร้างผลงานออกมา

ทางลัดที่ง่ายที่สุดสำหรับการเป็น Animator คือการเข้าโรงเรียนเฉพาะทางหรือมหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตรสอนเรื่องการทำอนิเมชั่น ที่นั่นจะสอนเราตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการสร้างผลงานออกมาเลยทีเดียว เมื่อเรียนจบนอกจากจะได้ผลงานแล้ว ยังได้ใบประกาศจบการศึกษา ที่แสดงว่าเรามีความรู้ความสามารถอีกด้วย
วิธีการเป็น Animator ชั้นนำ
- จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรอนิเมชั่น :
มหาวิทยาลัยคือที่ที่จะปูพื้นฐานที่ดีที่สุดสำหรับการเป็น Animator ที่นี่จะรวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญในสาย Animator ต่าง ๆ ของในแต่ละสายงานเอาไว้รวมกัน ช่วยแนะนำ สอนแนวทาง เทคนิค ประสบการณ์ และสร้างสถานการณ์ให้เราได้สร้างผลงานออกมาได้สำเร็จจนเป็นเรื่องปกติในชีวิต
การเลือกสาขาด้าน Animator มีความสำคัญมาก ๆ เช่นกัน เพราะในโลกปัจจุบันมีสาขาเกี่ยวกับ Animator เปิดสอนอยู่มากมาย อาทิ อนิเมชั่น เกม วิชวลเอ็ฟเฟ็กต์หรือสเปเชียลเอฟเฟกต์ อนิเมชั่นสำหรับเว็บไซต์ อนิเมชั่นสำหรับภาพยนตร์ วิดีโอ หรือออนไลน์ เป็นต้น แม้แต้ละสายเมื่อเรียนจบจะสามารถเข้าไปทำงานร่วมกันได้ก็ตาม แต่เวลาศึกษา สิ่งที่เราได้เรียนรู้จะแตกต่างกันออกไป รวมไปจนถึงผลงานที่สร้างและเครื่องมือที่จะได้ฝึกสัมผัส - หาประสบการณ์ :
ประสบการณ์และผลงานคือทั้งหมดของ Animator ยิ่งมีผลงานเยอะหรือผ่านโปรเจคมาหลายโปรเจค แปลว่าเรามีความชำนาญมากขึ้น และนั่นหมายความว่ามูลค่าในความเป็น Animator ก็จะสูงขึ้นไปด้วย
Animator เป็นสายงานที่เน้นทำ เน้นสร้าง เป็นหลัก ดังนั้นความสามารถในการสร้างผลงานออกมาได้สำเร็จ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าเรื่องไหน ๆ เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดคือการที่คุณไม่พยายามที่จะรองานที่วิ่งเข้ามา แต่จงสร้างผลงานของตนเองที่จะเพิ่มสกิลและความสามารถของตนเองในทุกวันจะเป็นการดีที่สุด - จงชำชาญอยู่เสมอ :
ความชำนาญในที่นี้ หมายถึงการใช้เครื่องมือในการสร้างอนิเมชั่นต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มีของใหม่ ๆ อยู่เสมอ และมีของเก่าถูกลบทิ้งอยู่เสมอ การฝึกฝนจนชำนาญในเครื่องมือจะทำให้เราสร้างผลงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน
นอกจากการเรียนรู้ด้วยตนเองแล้ว การเรียนเสริมเฉพาะสำหรับเครื่องมือนั้น ๆ ถือเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน แล้ววันหนึ่งคุณจะพบว่าเครื่องมือที่คุณใช้อยู่ มันมีความสามารถมากกว่าที่คุณคิด - ศึกษาให้ลึก :
ขั้นพื้นฐานของการเป็น Animator คือการรู้กระบวนการ การใช้เครื่องมือ การสร้างผลงานออกมาให้สำเร็จ ขั้นต่อมาคือความชำนาญ การใช้เทคนิค การรวมเทคนิคของแต่ละเครื่องมือเข้ามาผสานกัน จนเกิดเป็นผลงานใหม่ ๆ หรือวิธีสร้างสรรค์ผลงานที่ดีและง่ายขึ้น แล้วขั้นต่อมาละคืออะไร ?
ขั้นต่อมาจากความชำนาญ คือทักษะเชิงสร้างสรรค์และเทคนิค หรือความสามารถในการออกแบบและสร้างผลงานออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ คุณจะรู้ถึงวิธีการเล่าเรื่อง การจัดองค์ประกอบต่าง ๆ รู้ว่าควรใช้สิ่งไหนมาทำตรงส่วนนั้น ๆ ถึงจะออกมาเป็นฉากที่ยอดเยี่ยม สิ่งเหล่านี้จะถือเป็นขั้นที่ลึกที่สุด ที่จะทำให้สกิลที่เราเรียนรู้มามีประสิทธิภาพสูงสุด
ซึ่งในขั้นสุดท้าย เราสามารถฝึกฝนและเรียยรู้ได้จากการดูผลงานของผู้อื่น การได้ฟังประสบการณ์จากผู้อื่น การเข้าคลาสเรียนด้านการคิด การออกแบบ และอื่น ๆ ที่ไม่ได้เน้นเรื่องเทคนิคในการสร้างงาน แต่เป็นเรื่องกระบวนการคิดที่จะสร้างตัวผลงานออกมา - สร้างพอร์ตของตัวเองเอาไว้เสมอ :
สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ Animator ควรทำ คือการเก็บรวบรวมผลงาน และสร้างเป็นพอร์ตรวมผลงานของตัวเอง สิ่งนี้จะบอกว่าตัวเราเคยผ่านอะไรมา เคยทำอะไรมา มีความสามารถขนาดไหนและมีพัฒนาการเป็นอย่างไร
สิ่งที่สำคัญที่อยู่ในพอร์ตเรา นอกจากตัวผลงานแล้ว รายละเอียด แนวคิด กระบวนการในการสร้างผลงานก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ห้ามลืมใส่อย่างเด็ดขาด

No comments