ว่าด้วยเรื่องของ Frame ใน Animation
สำหรับการเนรมิต Animation ภาพเคลื่อนไหวให้เหมือนจริงนั้นเป็นกระบวนการการทำงานที่มีความซับซ้อนมากที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียว โดยแกนสำคัญในการผลิต Animation นั้น ต้องระบุคีย์เฟรมขึ้นด้วย ฟังดูแล้วการวาดภาพเพื่อผลิต Animation เหมือนจะเรียบง่าย แต่มันก็ไม่ง่ายเอาเสียเลย การทำภาพเคลื่อนไหวนั้นมีความช้าเพราะต้องวาดอิริยาบถของตัวละคร วัตถุ ที่อยากให้มันขยับและเคลื่อนที่ให้มีความแตกต่างกัน บางคีย์เฟรมที่ระบุไว้นั้น ก็อาจจะมีองค์ประกอบที่ทำได้ยากมากก็มี
รายละเอียดของการวาดลงบนแต่ละเฟรม : เมื่อเราคิดจะทำ Animation เราต้องมีความเข้าใจว่า “เฟรม” เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะใช้ในการวาดและกำหนดว่า เราจะสร้างให้ภาพ Animation นั้นออกมาในลักษณะแบบไหน และจบลงแบบไหน ทำให้งานพัฒนาและออกมาสมบูรณ์ได้เลยนั่นเอง เราต้องมีการระบุขั้นตอนในการสร้าง หรือเรียกว่าเป็นการกำหนดเป้าหมายไว้ด้วยนั่นก็คือ การสร้าง เฟรมกลาง หรือที่เราเรียกกันว่า “คีย์เฟรม” ขึ้นมา มันจำเป็นสำหรับการทำให้ภาพเคลื่อนไหวนั้น มีแกนกลางสำคัญในการทำให้เรารู้จุดหมายในการสร้าง Animation ในฟุตเตจนั้นๆ
แต่ว่าในการวาดออกมาแต่ละเฟรม มันจะขึ้นอยู่กับสื่อที่เราจะนำไปใช้เพื่อฉาย Animation ที่เราสร้างอีกด้วยเหมือนกัน เบสิกขั้นต้นที่คนทำการ์ตูนหรือ Animation จะต้องรู้ไว้ด้วยนั่นก็คือ ในการนำเอาผลงานของเราที่ผลิตเสร็จนั้นไปฉายในลักษณะแบบภาพยนตร์นั้น การเคลื่อนไหวในช็อตหนึ่ง จะต้องมี 24 เฟรมต่อวินาทีเลยทีเดียวและหากต้องการให้งานละเอียดมากขึ้นนั้น จำเป็นต้องมีมากกว่า 60 เฟรมต่อวินาทีกันเลยก็ได้ โดยปกติแล้วช่วงเวลาสำหรับการเคลื่อนไหวของตัวละครนั้นมีการตั้งค่าเอาไว้ว่ามีสามถึงห้าเฟรมที่จะอยู่ตรงกลางระหว่างสองคีย์เฟรมอีกด้วย
นอกจากนี้บางคีย์เฟรมยังสามารถทำซ้ำได้ แต่จะขึ้นอยู่กับความเร็วที่ระบุไว้สำหรับการทำภาพเคลื่อนไหว ตัวอย่างเช่นสำหรับภาพยนตร์นั้น แค่บทบาทของตัวละครนั้นขยับไปแค่หนึ่งนาที Animator ทั้งทีมก็จะต้องวาดกันเหนื่อยสุดๆคือ 1440 เฟรมเลยทีเดียว และจะต้องใส่ห้าเฟรมกลางระหว่างสองคีย์เฟรม รวมๆแล้ว ทีมงานจะต้องทำ 288 คีย์เฟรมเอาไว้ใน 1440 เฟรมนี้อีกด้วย

หลักการที่สำคัญที่สุดของการทำภาพ Animation นั้นวัตถุประสงค์หลักของมันคือการให้ความรู้สึกของตัวละครที่เสมือนจริงอย่างที่เรากล่าวไปแล้ว เบสิกพื้นฐานในการทำให้ Animation เกิดความสมจริง จะต้องเข้าใจในเรื่องของหลักการเคลื่อนที่ของวัตถุจริงให้ดีก่อนแล้วนำมาประยุกต์กับงานภาพเคลื่อนไหว อย่างเช่น ลูกบอลเด้ง ลุกบอลนั้นเด้งไปมา กลิ้งไปมาในลักษณะของกระบวนการทางหลักฟิสิกส์ แล้วถ้าหากเราทำความเข้าใจกับมันได้ แล้วสร้างภาพเคลื่อนไหวให้ออกมาสมจริงได้ Animation ก็จะออกมาในระดับที่เข้าขั้นสมจริงกันได้เอง
เช่นเดียวกับการออกแบบงานสร้างที่ซับซ้อนเช่นกล้ามเนื้อของใบหน้าของมนุษย์ ถ้าหากว่าอยากที่จะทำให้ผิวหนังของใบหน้า กล้ามเนื้อนั้นมีความสมจริง จะต้องลองเทสต์ด้วยการทำ Animation ในลักษณะของการที่กล้ามเนื้อโดนอะไรบางอย่างกระทบอย่างแรงให้มีความสมจริง ตัวอย่างเช่นเมื่อลูกบอลถูกหวดเข้ามากระทบหน้าคนอย่างแรง ตามสไตล์ที่การ์ตูนตลกๆชอบทำกัน หรือ ลูกบอลกระดอนใส่กำแพง กระจกแล้วจะเกิดอะไรขึ้นตามหลักวิทยาศาสตร์ เราต้องทำแบบนั้นกับภาพ Animation ให้สมจริงให้ได้
เวลาเองก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการทำภาพเคลื่อนไหว มันหมายถึงระยะห่างระหว่างการเคลื่อนไหวต่อเฟรมอีกด้วยนั่นเอง ยิ่งถ้าหากว่ามีการใช้เวลาในสตอรี่บอร์ด ที่ใช้กำหนดอิริยาบถของตัวละครในการเคลื่อนไหวมากขึ้นก็หมายถึงว่า ระยะห่างระหว่างเฟรมนั้นก็มากขึ้น การเคลื่อนไหวก็จะเร็วมากขึ้นกว่าเดิม วัตถุที่จะปรากฏขึ้นในเฟรมหรือฟุตเตจนั้นๆ จะขยับด้วยความเร็วมากขึ้นกว่าเดิม ระยะเวลาในการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างอารมณ์ความรู้สึกและปฏิกิริยาของตัวละครอย่างมากเลยจริงๆ
ยกตัวอย่างเช่นกระพริบตาได้อย่างรวดเร็วหรือช้า ถ้ามันช้าตัวละครก็จะดูเหมือนว่าจะมีอาการกำลังเหนื่อยและเซื่องซึม แต่ถ้ามันเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตัวละครก็จะที่ดูเหมือนว่ามีอาการตื่นตัวหรือตื่นเต้นตลอดเวลาแบบที่ตามการ์ตูนตลกชอบทำกันให้เห็น การกำหนดเวลานอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการสื่อสารที่สำคัญ มันบ่งบอกถึงลักษณะของบุคลิกภาพของตัวละครได้ด้วย
ความคาดหมายในการทำ Animation ก็สำคัญเช่นกัน มันถูกใช้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำให้ผู้ชมรู้สึกทึ่งไปกับการสร้างภาพเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ให้มีความสมจริง ยกตัวอย่างเช่นคนขว้างลูกบอล แนววงสวิงการแกว่งแขนของตัวละครนั้น สมจริงมากแค่ไหน คนดูสนใจตรงนี้ ความละเอียดของงานเป็นส่วนสำคัญที่ไม่แพ้ในส่วนของเนื้อเรื่องกันเลยทีเดียว

No comments