Autodesk ประกาศปล่อย 3ds Max 2018.4 และ 3ds Max Interactive 2.0 !!

Autodesk ประกาศเปิดตัว 3ds Max 2018.4 อัพเดทล่าสุดของ 3ds Max โดยการเพิ่มเครื่องมือใหม่ Fluids simulation เข้ามา พร้อมกับทำให้ 3ds Max Batch ทำงานได้แบบสแตนด์อโลน นอกจากนี้ทาง Autodesk ยังทำการเปิดตัว 3ds Max Interactive 2.0 เพิ่มเติมอีกด้วย

โดย Fluids เป็นตัวเลือกใหม่สำหรับ Iterating Simulations ที่ถูกเซ็ตค่าไว้เพื่อทำวัตถุที่เป็นของเหลวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ Fluids เป็นเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Maya’s Bifröst มันสามารถจำลองของเหลวเชิงศิลผ่านการปรับค่าของ viscosities และยัง export ออกไปเป็น Alembic meshes ได้อย่างสมบูรณ์ ในการอัพเดทครั้งนี้ยังเพิ่มตัวเลือกสำหรับการปรับค่าของ UVs วัตถุที่เป็นปริมาณของเหลวโดยตรง และยัง export ข้อมูลออกมาเป็นไฟล์รูปแบบ Krakatoa’s PRT ได้โดยตรงจากเมนูของ selected solver นอกจากนี้ตัวระบบยังมีการเซ็ตค่าของเหลวที่นิยมใช้กันเป็นตัวอย่างไว้แล้วอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น นม น้ำผึ้ง น้ำมัน เลือดและช็อกโกแลต

การเปลี่ยนแปลงของ 3ds Max Batch และ Scene Converter
3ds Max Batch คือ UI-free mode สำหรับการแสดงผลพื้นหลัง หรือการจำลองใน 3ds Max 2014.2 โดยตอนนี้มันสามารถทำงานได้แบบสแตนด์อโลนที่มีตัวเลือกใหม่ๆ รวมถึงการโหลดไฟล์ scene ผ่าน batch script และในส่วนของ Scene Converter ยังได้เพิ่มตัวเลือกในการตั้งค่าใหม่ๆ เข้ามาอีกด้วย
3ds Max Interactive 2.0 เพิ่มการซัพพอร์ท IES lights และ tonemapping สามารถปรับแต่งได้มากขึ้นกว่าเดิม
3ds Max Interactive หรือ Autodesk’s Stingray game engine ได้รวมเข้ากับ 3ds Max subscriptions ซึ่งนั่นทำให้เกิดฟีเจอร์ใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย โดยในช่วงเปิดครั้งแรกของ 3ds Max 2018.1 ทาง Autodesk อธิบายว่า 3ds Max Interactive คือ VR engine ที่มี Stingray เป็นแกนหลัก โดยมันมีความสามารถในการสร้างภาพมากกว่าการสร้างเกม โดยฟีเจอร์ใหม่ใน 3ds Max Interactive 2.0 ส่วนใหญ่ถูกนำมาจาก Stingray 1.9 ซึ่งนั่นรวมไปถึง physically based light ใหม่ ที่ซัพพอร์ท IES lighting profiles

ในส่วนของ clear coat material ยังได้ทำการอัพเดทเพิ่มเติม เพื่อให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และในขณะนี้ผู้ใช้งานยังสามารถตั้งค่าการปิดใช้งาน tonemapping หรือการใช้ปลั๊กอินแบบกำหนดเองได้ โดยการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานยังได้เพิ่มตัวเลือกในการเพิ่ม assets ที่ใช้งานบ่อยๆ หรือโฟลเดอร์ที่เป็นรายการโปรดใน Asset Browser และยังได้อัพเดทการใช้งานให้กับ Texture Manager ส่วนทางฝั่งโปรแกรมเมอร์ยังได้รับตัวเลือกในการ debug ของ Lua code ใน Microsoft’s Visual Studio Code editor อีกด้วย
ทั้งนี้ 3ds Max 2018.4 สามารถใช้งานบน Windows 7 ขึ้นไป โดยตัวซอฟต์แวร์จะมีแค่แบบเช่าเท่านั้น โดยผู้ใช้ใหม่จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 185 เหรียญต่อเดือน หรือ 1,470 เหรียญต่อปี ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่นี่ [คลิ๊ก]
แหล่งที่มา area.autodesk.com