Animation คืออะไรมีทั้งหมดกี่ประเภท ?

Animation คืออะไร ?
“Animation” หรือ “ภาพเคลื่อนไหว” คือภาพที่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งสร้างขึ้นโดยการนำภาพนิ่งหลาย ๆ ภาพมาฉายต่อเนื่องกันด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดภาพลวงตาของการเคลื่อนไหวออกมา โดยปกติความเร็วของภาพเคลื่อนไหวจะฉายด้วยความเร็วที่ต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของการแสดงผล โดยถ้าฉายเป็นภาพยนตร์จะฉายด้วยความเร็ว 24 เฟรมต่อวินาที ถ้าฉายในระบบ PAL จะฉายด้วยความเร็ว 25 เฟรมต่อวินาที แต่ในระบบ NTSC จะฉายด้วยความเร็ว 29.97 หรือ 30 เฟรมต่อวินาที

“Anime” หรือ “อะนิเมะ” เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มาจากภาษาอังกฤษว่า Animation ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศส Anime และจากภาษาละติน Anime แปลว่าเคลื่อนไหวหรือภาพเคลื่อนไหว แต่ Anime กลับกลายเป็นคำคำเฉพาะของชาติญี่ปุ่นที่แปลว่า “ภาพยนตร์การ์ตูน” ภายนอกประเทศญี่ปุ่น Anime หมายถึง “ภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่น” ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะทางศิลปะแตกต่างกับภาพยนตร์การ์ตูนจากแหล่งอื่น ๆ
Anime ส่วนใหญ่จะวาดขึ้นด้วยมือ แต่ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้าง Anime อย่างแพร่หลาย และกำเนิดออกมาหลากหลายประเภทตามรูปแบบนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน
Animation มีทั้งหมดกี่ประเภท ?
ประเภทของ Animation สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบตามเทคนิคที่ใช้
- TRADITIONAL ANIMATION หรือ DRAWN ANIMATION หรือ CEL ANIMATION :คืออนิเมชั่นแบบดั้งเดิมที่เกิดจากการวาดที่ละภาพหลายพันภาพนำมาเรียงต่อกัน และฉายออกมาด้วยความรวดเร็ว จนเกิดเป็นภาพเคลือนไหว ซึ่งอนิเมชั่นชนิดนี้ได้แก่งานการ์ตูนอนิเมชั่นของ วอลท์ ดิสนีย์ จะมีความเป็นศิลปะสูง สวยงาม แต่ข้อเสียคือ ต้องใช้เวลาในการผลิต และจำนวนอนิเมเตอร์เป็นจำนวนมาก
- STOP MOTION ANIMATION หรือเรียกอีกอย่างว่า MODEL ANIMATION : เป็นใช้เทคนิคการถ่ายภาพหุ่นจำลอง ไม่ว่าหุ่นนั้นจะทำจาก ดินเหนียว ,ดินน้ำมัน ,ตุ๊กตาพลาสติก รวมถึงคนจริงๆก๊ได้ แล้วค่อย ๆ ขยับทีละนิด เพื่อถ่ายทีละรูป แล้วนำมาเรียงต่อกันด้วยจำนวนภาพ 8-24 ภาพต่อวินาที ภาพยนต์ที่โด่งดังที่ใช้ เท็คนิค Stop Motion Animation ก็คือ Chick Run
- COMPUTER ANIMATION : หากใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกส์ ช่วยในการคำนวณสร้างภาพจะเรียกการสร้างภาพเคลื่อนไหวด้วยคอมพิวเตอร์หรือ คอมพิวเตอร์แอนิเมชัน ปัจจุบันมี ซอฟแวร์ผลิตอนิเมชั่นให้เลือกใช้เยอะมาก เช่น 3ds max, Adobe Flash, Adobe After Effect, Blender, Cinema 4D, Lightwave, Maya ฯลฯ การทำอนิเมชั่นด้วยวิธีนี้ประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับอนิเมชั่นรูปแบบก่อนหน้า สามารถแบ่ง Computer animation ออกตามลักษณะของภาพ เป็น อนิเมชั่นแบบ 2 มิติ(2d animation) และ อนิเมชั่นแบบ 3 มิติ(3d animation)

No comments