การผลิตการ์ตูนอนิเมชั่น(Animation) ภาพเคลื่อนไหวที่สร้างความบันเทิง

September 13, 2016
tong

วันหยุดสุดสัปดาห์ เด็กทุกคนส่วนใหญ่มักจะตื่นเช้ากันอยู่แล้ว เหตุผลก็เพราะว่าในช่วงเวลาเช้านั้น ทางฟรีทีวีหลายช่องก็มักจะเอารายการที่ออกอากาศการ์ตูน มาฉายให้ชมกันในตอนเช้า ซึ่งก็ถือว่าเป็นการสร้างช่วงเวลาที่ทำให้เด็กนั้นได้คลายเครียดกันได้ ส่วนผู้ใหญ่นั้นก็จะได้เห็นวิวัฒนาการในเรื่องของการผลิตการ์ตูนอนิเมชั่น(Cartoon Animation) ออกมาอีกด้วยว่า ทุกอย่าง ทั้งเทคโนโลยี การวาด การออกแบบนั้นพัฒนาไปจากยุคสมัยที่ตนยังเด็กกันมากขนาดไหน การ์ตูนอนิเมชั่นในยุคนี้นั้นพัฒนาไปไกลอย่างมากเลยทีเดียว

การผลิตการ์ตูนอนิเมชั่น mickey-mouse

การ์ตูนเรื่องมิกกี้เมาส์จากบริษัทวอลท์ ดิสนีย์

ชาวตะวันตกหรือทางโซนฝั่งอเมริกานั้น ริเริ่มเป็นแม่แบบสำคัญในการผลิตการ์ตูนอนิเมชั่น แบบ 2 มิติ ซึ่งเราเรียกกันอย่างติดปากว่า 2D Animation ซึ่งบริษัทผลิตอนิเมชั่นที่มีชื่อเสียงอย่างมากของทางซีกโลกตะวันตกก็อย่างเช่น บริษัทวอลท์ ดิสนีย์ ที่ผลิตอนิเมชั่นที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกและมีอายุ 100 ปีไปแล้วอย่าง มิคกี้ เมาส์ , มินนี่ เมาส์ และผองเพื่อนที่ออกมาโลดแล่นทั้งทางจอแก้วและจอเงินมาตลอดนับตั้งแต่มันถูกสร้างขึ้นมา หรือจะเป็นตัวละครอย่าง บั๊ค บันนี่ จากค่าย Warner Brothers ก็ถือว่าเป็น การ์ตูนอนิเมชั่นที่มีชื่อเสียงเช่นกัน



การผลิตการ์ตูนอนิเมชั่นในยุคเริ่มแรก

ในยุคแรกๆนั้น การผลิตภาพเคลื่อนไหวหรือการทำอนิเมชั่น ต้องอาศัยความอดทนอย่างมากในการสร้างสรรค์งานออกมา โดยจะต้องเริ่มจากรวบรวมเอาคนที่มีความสามารถในการวาดภาพ และจะต้องทำการออกแบบ คาเร็คเตอร์ดีไซน์(Character Design) ออกมาในหลายๆลักษณะ การวาดเส้นลงไปนั้น จะทำการวาดลงบนแผ่นใส หรือที่เราเรียกกันว่าแผ่นฟิล์มเซลลูลอยด์ จากนั้นจะทำการวาดฉากต่างหากลงไปบนกระดาษอีกแผ่นหนึ่ง จากนั้นจึงนำเอาฉากนั้นที่วาดต่างหาก ทาบเข้ากับแผ่นใสที่เราวาดตัวละครลงไปอยู่แล้ว

การทำให้ภาพเคลื่อนไหวในช่วงยุคแรกของการผลิตอนิเมชั่นนั้น ต้องอาศัยความอดทนในการวาดอย่างมาก การลงสีก็เช่นกัน ยุคก่อน การลงสีลงบนตัวละครนั้น จะใช้สีอะคริลิก ในการวาดเป็นหลัก และส่วนใหญ่นั้น มาตรฐานในการทำให้ตัวละครเคลื่อนไหวได้อย่างไหลลื่นที่สุด จะอยู่ที่ การวาด 24 แผ่นต่อการเคลื่อนไหวเพียงแค่ 1 วินาทีเท่านั้น แค่ตัวละครก้าวเดิน จับเวลาเฉลี่ยได้ประมาณ 2 วินาทีเศษ การจะวาดแค่ตัวละครขยับตัวนั้นจะต้องวาดมากถึง 48 แผ่น ซึ่งเป็นงานที่ละเอียดและจะต้องใช้เวลาอย่างมากอีกด้วย

อนิเมชั่นจากค่ายพิกซาร์

อนิเมชั่นจากค่ายพิกซาร์

และเมื่อทำการวาดอนิเมชั่นได้ตามบทที่เขียนขึ้นมาบนสตอรีบอร์ด แล้วนั้นจะต้องนำเข้าเครื่องถ่าย เพื่อทำการถ่ายภาพแบบต่อเนื่องออกมา จากนั้นจึงจะนำภาพที่ทำได้ทั้งหมดจากการถ่ายต่อเนื่องให้เกิดภาพไหว ไปล้างออกมาเป็นฟิล์ม ซึ่งนั่นคือเทคนิคในการผลิตการ์ตูนอนิเมชั่นในยุคแรกๆ ก่อนที่ต่อมานั้น เทคนิคใหม่ๆเริ่มจะเข้ามาแทนที่มากขึ้น โดยในช่วงปี 1995 นั้นทางด้านของ Pixar ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอนิเมชั่นที่กำลังมาแรงในเครือของ Disney ก็ได้ผลิตเอาการ์ตูนอนิเมชั่นที่สร้างขึ้นมาด้วยเทคนิคภาพอนิเมชั่น 3 มิติ หรือ 3D Animation อย่าง Toy Story ออกมา ซึ่งเป็นมิติใหม่ของการผลิตอนิเมชั่นในยุคนั้นเลยทีเดียว ทำให้ในปี 1996 ค่าย Hasbro ที่ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากจากการที่เคยผลิตการ์ตูนอนิเมชั่น2 มิติ(2d animation)เกี่ยวกับหุ่นยนต์ 2 ฝ่ายสู้รบกันอย่าง Transformers ก็ได้ลองงานใหม่ด้วยการ เข็นเอา Transformers Beast Wars ซึ่งเป็นการสร้างเรื่องราวขึ้นมาด้วยภาพอนิเมชั่นแบบ 3 มิติ ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่

เราจึงเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมอนิเมชั่น พัฒนาไปอย่างก้าวไกลอย่างมาก ด้วยการเปลี่ยนจากากรวาดบนแผ่นฟิล์มเซลลูลอยด์ กลายมาเป็นการออกแบบงานด้วย คอมพิวเตอร์ กลายเป็น 3D Animation ขึ้นมาในยุคหลัง ซึ่งมันสามารถเอาไปพัฒนาทั้งในรูปแบบของการทำโฆษณา การทำวิดีโอพรีเซนเทชั่น หรือกระทั่งการพัฒนาลงไปบนซอฟต์แวร์เกมส์คอนโซลหรือเกมส์คอมพิวเตอร์ได้อีกด้วยเช่นกัน เพราะอนิเมชั่นคือสิ่งที่เข้าหาได้ง่าย ทำให้หลายวัยทำความเข้าใจได้มากที่สุดเลยทีเดียว

อนิเมชั่นก้านกล้วย ผลงานอันน่าภาคภูมิใจของคนไทย โดยบริษัทกันตนา

อนิเมชั่นก้านกล้วย ผลงานอันน่าภาคภูมิใจของคนไทย โดยบริษัทกันตนา

สำหรับในประเทศไทยนั้น วงการผลิต อนิเมชั่นเองก็กำลังพัฒนาไปอย่างก้าวไกลด้วยเหมือนกัน เพราะสื่อภาพเคลื่อนไหวอนิเมชั่น 2 มิติ และ 3 มิติแบบนี้มีบทบาทอย่างมาก ยิ่งกว่าสมัยก่อน อีกทั้งเทคโนโลยีการผลิตก็พัฒนาตามสากลมากขึ้นไปแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องหลอกเด็ก อีกทั้งหลายๆสถาบันในระดับอุดมศึกษา ก็มีการเปิดหลักสูตรการวาดและผลิตงาน อนิเมชั่นให้นักศึกษารุ่นใหม่ๆที่สนใจได้ลงเรียนแล้วด้วยเช่นกัน

เราจึงสามารถสรุปได้ว่า งาน Animation นั้น ตอนนี้ไมได้จำกัดแค่ว่าการผลิตการ์ตูนให้เด็กดูเพียงอย่างเดียว แต่มันสามารถพัฒนาไปในช่องทางต่างๆได้ โดยที่ภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้นที่ราวกับมีชีวิตจริงๆ จะเป็นสื่อกลางที่ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายดายมากยิ่งกว่าเดิม ทำความเข้าใจกับมันได้ง่ายมาก และเพิ่มเติมความฝันและความสนใจให้กับคนรุ่นใหม่ๆได้อีกมากมายมหาศาลเลยนั่นเอง



คำค้นหา:

ความคิดเห็น

No comments

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.